แปลงในเครือข่าย
1,047
แหล่งข้อมูล: public_origin_totals
กำลังโหลดข้อมูล

แต่ละด้านมีหน้ารายละเอียดของตัวเอง ตัวเลขทั้งหมดดึงจากฐานข้อมูลเดียวกับที่ใช้บริหารความเสี่ยงภายใน
Sustainabilityมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ ความพร้อมตาม EUDR และผลการเฝ้าระวังจุดความร้อนรอบแปลง
ดูหลักฐาน
Traceabilityเส้นทางกาแฟจากแปลง ผ่านสถานีรับซื้อ การแปรรูป จนถึงผลิตภัณฑ์ และการค้นหาด้วยรหัสสินค้า
ดูเส้นทางกาแฟ
Coffee originค้นหาและกรองแปลงตามจังหวัด อำเภอ สถานี และรูปแบบการผลิต บนแผนที่ดาวเทียม
สำรวจแผนที่ทุกตัวเลขบนหน้านี้มาจากฐานข้อมูลเดียวกับที่ใช้บริหารความเสี่ยงภายใน และเปลี่ยนเมื่อทะเบียนเปลี่ยน
แปลงในเครือข่าย
1,047
แหล่งข้อมูล: public_origin_totals
เกษตรกรไม่ซ้ำ
955
แหล่งข้อมูล: public_origin_totals
จังหวัดที่ครอบคลุม
5
กาญจนบุรี · ตาก · เชียงราย · เชียงใหม่ · แม่ฮ่องสอน
แหล่งข้อมูล: public_origin_totals
แปลงไม่พบจุดความร้อน ≤ 250 ม.
96%
1,008 / 1,047 จากแปลงที่ประเมินแล้ว
แหล่งข้อมูล: public_hotspot_summary
พื้นที่รวมในทะเบียน
5,351
ไร่
แหล่งข้อมูล: public_origin_totals
จุดความร้อนที่นำมาเทียบ
385,757
เฝ้าระวัง 190 วัน
แหล่งข้อมูล: public_hotspot_summary
แปลงที่ต้องตรวจเพิ่ม
39
มีจุดความร้อนในรัศมี 250 ม.
แหล่งข้อมูล: farm_hotspot_assessments
ชนิดกาแฟในทะเบียน
5
GAP · ORG · รายเดียว · รายเดี่ยว · แบบกลุ่ม
แหล่งข้อมูล: public_origin_totals
ฮิลล์คอฟฟ์ มุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความสมดุลระหว่างการสนับสนุนชุมชน ความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน การรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกที่ยั่งยืน และการเสริมสร้างผลกำไรเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
H
เกษตรพื้นที่สูงคือรากฐานของฮิลล์คอฟฟ์ เป็นตัวตนขององค์กรตั้งแต่อดีตถึงอนาคต และเป็นกลไกสำคัญให้เกิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งป่า ดิน อากาศ และน้ำ
I
บูรณาการความรู้ทุกแขนงเข้าไปในทุกกระบวนการทำงาน เพื่อมองหาโอกาสใหม่บนฐานทรัพยากรของประเทศ และสร้างคุณค่าอย่างสร้างสรรค์
L
มุ่งสู่ความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนในสังคม องค์กรไม่สามารถมองภาพระยะสั้น ต้องมีแผนระยะกลางและระยะยาว และเข้าใจบริบทที่เปลี่ยนไป
ทะเบียนแปลงกาแฟพร้อมพิกัด มาตรฐาน และชุมชนต้นทาง เผยแพร่ต่อสาธารณะในระดับที่ได้รับอนุมัติ ไม่ใช่ตัวเลขสรุปที่ตรวจไม่ได้
ดูทะเบียนและแผนที่แปลงเทียบแปลงทุกแปลงกับจุดความร้อนจากดาวเทียมของ NASA FIRMS ในรัศมี 250 เมตร ด้วยข้อมูลที่เราไม่ได้เป็นคนสร้างและแก้ไขไม่ได้
ดูหลักฐานด้านสิ่งแวดล้อมเผยแพร่ว่าตัวเลขชุดไหนมาจากแหล่งภายนอก ชุดไหนเราตรวจเอง และชุดไหนยังไม่มีใครตรวจ พร้อมบันทึกทุกครั้งที่ตัวเลขเปลี่ยน
ดูการสอบทานและการตรวจการจัดหาอย่างรับผิดชอบไม่ใช่แคมเปญที่เพิ่งเริ่ม ต้นทางขององค์กรคือโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นของไทยและสหประชาชาติ และทะเบียนแปลงที่เผยแพร่บนเว็บนี้คืองานเดียวกันที่ทำต่อด้วยข้อมูล
2498(1955)
ข้อมูลสำรวจประชากรชี้ว่าชาวเขาบนพื้นที่สูงภาคเหนือปลูกฝิ่นเป็นพืชเศรษฐกิจด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ประมาณว่ามีผู้เกี่ยวข้องราว 200,000 คน ผลผลิตราว 150 ตันต่อปี พร้อมกับปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าและไร่เลื่อนลอย
2510–2513(1967–1970)
รัฐบาลไทยเชิญสหประชาชาติร่วมจัดทำข้อเสนอเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่นด้วยกิจกรรมทางเลือก โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรมีมาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้น
2514–2515(1971–1972)
7 ธันวาคม 2514 กองทุนสหประชาชาติเพื่อการควบคุมการใช้ยาเสพติดในประเทศไทยเริ่มดำเนินงาน และลงนามแผนงานฉบับสมบูรณ์เมื่อ 1 กันยายน 2515
2516(1973)
คัดเลือกหมู่บ้านหลัก 5 แห่งและหมู่บ้านบริวาร 18 แห่ง ตั้งสถานีทดลอง 2 แห่งที่ช่างเคี่ยนและสวนสองแสนดอยปุย และเริ่มปลูกกาแฟในเดือนพฤษภาคม 2516 ปีเดียวกันนั้นผู้บุกเบิก ฝิ่นสู่กาแฟ รวมกลุ่มชาวเขาที่เคยค้าผ้าทอมือให้เก็บลูกสนไปขาย ก่อนเปลี่ยนมาส่งเสริมการปลูกกาแฟ และลูกสนกลายเป็นสัญลักษณ์ของฮิลล์คอฟฟ์จนถึงวันนี้
2515–2522(1972–1979)
โครงการปลูกพืชทดแทนและพัฒนาชุมชนไทย/UN ดำเนินการนำร่อง ผลการศึกษาชี้ว่ากาแฟอาราบิก้าเป็นพืชเศรษฐกิจที่เหมาะที่สุดในระยะยาว เพราะดินและภูมิอากาศเอื้อ ขนส่งและเก็บรักษาง่าย ผลผลิตดี และตลาดต้องการกาแฟคุณภาพจากพื้นที่สูง
2521(1978)
ผู้แทน UNDP ประเทศไทยเยี่ยมชมร้านชาวไทยภูเขา จังหวัดเชียงใหม่ และชักชวนให้ร่วมโครงการ คุณธีระ ทักษะอุดม จึงก่อตั้ง Chao Thai Pu Kao Highland Agricultural Projects ขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพด้านการตลาดให้ผลผลิตจากโครงการไทย/UN
2523–2524(1980–1981)
CTK-HAP เริ่มรับซื้อถั่วแดงจากหมู่บ้านและพบปัญหาแมลงทำลายจนขายไม่ได้ จึงเรียนรู้วิธีเก็บรักษาและรับประกันราคารับซื้อ ต่อมาในปี 2524 สหประชาชาตินำเข้าเครื่องสีกาแฟ Magkinnon Disc Pulper และตั้งสถานีสีขนาดเล็กในหมู่บ้านหลักและหมู่บ้านบริวาร หนึ่งในเครื่องนั้นจัดแสดงอยู่ที่ Hillkoff: House of Coffee and Tea เชียงใหม่
2528(1985)
โรงงานแปรรูปกาแฟที่วังสิงห์คำ เชียงใหม่ เริ่มเดินสายการผลิต CTK-HAP ประกาศรับซื้อเมล็ดอาราบิก้าจากเกษตรกร และส่งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมกาแฟเข้าประจำหมู่บ้านหลัก ทำงานร่วมกับนักวิจัยมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่ UNDP โครงการไทย-นอร์เวย์ ไทย-เยอรมนี และองค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อยกระดับคุณภาพกาแฟปีต่อปี
2530(1987)
การพัฒนาการปลูกและการผลิตอย่างต่อเนื่องทำให้คุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาดีขึ้น โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทยจึงสนับสนุนการขยายพื้นที่ปลูก และเกิดโรงงานกาแฟแห่งแรกของภาคเหนือ พร้อมเครื่องคั่วนำเข้าเครื่องแรก
2533(1990)
เริ่มคั่วกาแฟด้วยเครื่องคั่วขนาดร้าน PROBAT L12 และมุ่งผลิตกาแฟอาราบิก้าไทยคุณภาพสูงสำหรับผู้ดื่ม
2544(2001)
ธุรกิจถูกส่งต่อสู่รุ่นถัดไป ภารกิจพัฒนาเกษตรพื้นที่สูงถูกสานต่อและเข้มข้นขึ้น ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายได้และขยายตลาดจากชุมชนสู่เมือง แต่รวมถึงการปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อการรักษาผืนป่าของผู้คนบนพื้นที่สูง
2561(2018)
นำนวัตกรรมมาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากกาแฟ และให้ความสำคัญกับพืชท้องถิ่นชนิดอื่น เช่น การพัฒนาสายพันธุ์กล้วยน้ำว้าจากกล้วยป่า เพื่อให้ผืนป่าอุดมสมบูรณ์และคุณภาพชีวิตของผู้คนบนพื้นที่สูงดีขึ้นอย่างยั่งยืน
2569(2026)
ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ระดับองค์กร และรับซื้อกาแฟกะลาออร์แกนิกจากเกษตรกรในพื้นที่สูงอำเภออมก๋อย 4 ตำบล คือ สบโขง นาเกียน ยางเปียง และแม่ตื่น ในพื้นที่ส่งเสริมของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
ตุลาคม 2569(October 2026)
เผยแพร่ทะเบียนแปลงกาแฟ 1,047 แปลงพร้อมพิกัด มาตรฐาน และผลตรวจจุดความร้อนในรัศมี 250 เมตร เทียบกับข้อมูลดาวเทียม NASA FIRMS 385,757 จุด พร้อมหน้าธรรมาภิบาลข้อมูล หน้าการสอบทาน และบันทึกการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คนนอกตรวจสอบตัวเลขของเราได้เอง
ลำดับเหตุการณ์ถึงปี 2561 เรียบเรียงจากหน้าประวัติความเป็นมาของ Hillkoff บนเว็บไซต์หลัก ส่วนปี 2569 เป็นบันทึกของเว็บนี้เอง และตรวจสอบได้จากหน้าที่อ้างถึง ประวัติความเป็นมาบน hillkoff.com · อ่านความเป็นมาฉบับเต็ม
บันทึกการทำงานจากพื้นที่ การรับซื้อ การรับรองมาตรฐาน และงานวิจัย เรียงจากล่าสุด

ความยั่งยืน ·
แนวคิดและหลักฐานว่าเกษตรฟื้นฟูช่วยลดความเปราะบางของรายได้เกษตรกรกาแฟรายย่อยบนพื้นที่สูงได้อย่างไร
อ่านบทความ
ตรวจสอบย้อนกลับ ·
ร่วมตรวจประเมินและคัดเลือกกาแฟคุณภาพจากเกษตรกรและผู้ประกอบการ ในโครงการยกระดับการผลิตกาแฟให้มีมูลค่าสูง จังหวัดเชียงใหม่
อ่านบทความ
ตรวจสอบย้อนกลับ ·
ต้อนรับ มกอช. นำร่องโครงการการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับกาแฟ ตามมาตรฐาน มกษ.
อ่านบทความ
ความยั่งยืน ·
ต่อยอดความมุ่งมั่นด้านการลดก๊าซเรือนกระจกที่ทำต่อเนื่องมา 10 ปี
อ่านบทความ
แหล่งปลูก ·
รับซื้อจาก 4 ตำบล คือ สบโขง นาเกียน ยางเปียง และแม่ตื่น พื้นที่ส่งเสริมของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง
อ่านบทความ
ตรวจสอบย้อนกลับ ·
นักศึกษาและอาจารย์ 131 คนจาก 9 มหาวิทยาลัย ศึกษาห่วงโซ่กาแฟที่ศูนย์การเรียนรู้ครบวงจร จังหวัดเชียงใหม่
อ่านบทความดูบทความทั้งหมดในแต่ละหมวด: ความยั่งยืน · ตรวจสอบย้อนกลับ · แหล่งปลูก
ไม่ใช่ จุดความร้อนบอกว่าดาวเทียมตรวจพบความร้อนผิดปกติในช่องภาพขนาดประมาณ 375 เมตร ต้นเหตุอาจอยู่นอกแปลง เราจึงใช้คำว่า “ต้องตรวจสอบเพิ่ม” และส่งทีมไปสอบถามในพื้นที่
เป็นระยะที่ครอบคลุมความคลาดเคลื่อนของช่องภาพดาวเทียมและพิกัดแปลง โดยยังแยกจุดที่ใกล้แปลงออกจากไฟป่าที่อยู่ไกลออกไปได้ เราเลือกระยะที่เข้มไว้ก่อน แม้จะทำให้มีแปลงที่ต้องตรวจซ้ำมากขึ้น
NASA FIRMS ผลิตภัณฑ์ VIIRS จากดาวเทียม Suomi NPP, NOAA-20 และ NOAA-21 ชุดนี้ครอบคลุม 1 ม.ค. – 30 ก.ค. 2569 รวม 190 วันที่มีการสังเกตการณ์ และครอบคลุมพื้นที่ละติจูด 15–21 ลองจิจูด 97–100 นอกกรอบนี้ยังไม่มีข้อมูล
เราเก็บแปลงเป็นพิกัดจุดทศนิยม 1 จุดต่อแปลง เพื่อให้เห็นภาพรวมของแหล่งปลูกโดยไม่ต้องเปิดเผยรูปแปลงทั้งแปลง
เผยแพร่ชื่อเกษตรกร เพศ ชาติพันธุ์ พิกัดแปลง พื้นที่ และที่ตั้งระดับหมู่บ้าน โดยผ่านการอนุมัติของฝ่ายบริหาร ไม่เผยแพร่ช่องทางติดต่อ เอกสารส่วนตัว ผลผลิตรายแปลง หรือปริมาณรับซื้อรายบุคคล
กฎหมาย EUDR ของสหภาพยุโรปกำหนดให้สินค้าบางกลุ่มรวมถึงกาแฟ ต้องแสดงพิกัดแปลงปลูกและยืนยันว่าไม่ได้มาจากพื้นที่ที่ตัดไม้ทำลายป่า ทะเบียนพิกัดและการตรวจจุดความร้อนในหน้านี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อม